รายได้,อาชีพเสริม,รายได้จากอินเตอร์เน็ต,MLM,รายได้จากเน็ต,ฮิฟ,เซิฟ,Franchise,Investment,Hyip,Surf,Forex,Adword,Google,Adsense,E-gold,E-bullion,E-point,Liberty,Paypal,SME,OTOP

รายได้ อาชีพ Raidai-D-D.com's Archiver

เว็บสำเร็จรูป เปิดร้านค้าออนไลน์ ประกาศ ซื้อขาย ฟรี

placartoon กระทู้เมื่อ 23-4-2008 14:43

เผยเทคนิค...ปลูกฝรั่งแป้นสีทองอย่างชาญฉลาด

เป็นที่ทราบกันดีว่า “โรคกรีนนิ่ง” คือมหันตภัยร้ายที่มาเยือนชาวสวนส้ม ซึ่งเกิดการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ชาวสวนส้มในย่านจ.ปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียงต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า จากยุคแห่งความเฟื่องฟูสู่จุดจบเป็นการถาวร แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปได้สักระยะหนึ่งก็เกิดความหลากหลายของสายอาชีพ มากขึ้นในเขตพื้นที่สวนส้มเดิม และมีหลายท่านที่ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า อย่าง คุณศักดิ์ สมบุญโต เจ้าของสวนฝรั่งสายศรสระบุรี ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้แปรรูปรายใหญ่ (รวมตัวเป็นกลุ่ม) ในย่านต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี

       เดิมพื้นที่แปลงนี้เคยปลูกส้มมาก่อน แต่ก็ทราบกันดีว่าเมื่อประมาณปี 2543 สวนส้มได้รับผลกระทบจากโรคกรีนนิ่ง (Greening) จนถึงขั้นล่มสลาย ทีแรกก็คิดว่าไม่รุนแรง จึงได้ลองฮึดสู้อีกครั้ง แต่ก็สู้ไม่ไหวจึงต้องเลิกปลูกส้มแล้วหันมาปลูกผักแทน (เป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนเร็ว) แต่การปลูกผักนั้นมักมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงมาก ราคาขึ้นลงเร็ว และเป็นอาชีพที่เหนื่อย เนื่องจากเป็นพืชอายุสั้น 1-2 เดือน ก็ต้องปลูกใหม่อยู่เรื่อยๆ จึงคิดหาผลไม้เข้ามาปลูกแทน พอดีทาง คุณทองสืบ บัวสมบูรณ์ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เคยทำสวนส้มมาด้วยกัน แนะนำให้ปลูกฝรั่ง เนื่องจากได้ทดลองปลูกก่อนแล้วเห็นว่าได้ผลผลิตดี ลู่ทางการตลาดก็ดี
                                                                        [attach]730[/attach]               
       ตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มทยอยลงฝรั่งแซมในสวนผัก โดยเริ่มปลูกหลายๆ สายพันธุ์ แต่เมื่อเปรียบเทียบระดับผลผลิตแล้วก็มาลงเอยที่ “แป้นสีทอง” ด้วยสภาพพื้นที่ที่ยกร่องไว้เรียบร้อยแล้ว การปลูกได้เพียงร่องละ 1 แถว ระยะห่างระหว่างต้น 2 เมตร บนพื้นที่ 100 ไร่ ปลูกได้เกือบ 10,000 ต้น ปัจจุบันปลูกฝรั่งมาได้ 1 ปีเศษๆ และเริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว

       แต่ความน่าสนใจของสวนฝรั่งสายศรสระบุรีนั้นอยู่ตรงระบบการจัดการที่ประหยัดต ้นทุนได้มาก รวมถึงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตแถมราคาคงตัวไม่ขึ้นลงตามตลาด จึงเป็นอีกหนึ่งแบบอย่างที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจ และนำไปประยุกต์ใช้ภายในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งเป็นเทคนิคที่เปิดกว้าง และต้องการจะประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรายอื่นๆ ได้ทราบ

ระบบการจัดการแบบประหยัดต้นทุน
       คุณศักดิ์บอกว่า ระบบการจัดการของที่นี่จะไม่เน้นการใช้ปุ๋ยเคมี โดยจะใส่ปุ๋ยขี้ไก่ไข่เป็นหลัก (เป็นปุ๋ยอัดเม็ด) ที่เน้นใช้ขี้ไก่ไข่เนื่องจากมีเนื้อของมูลเยอะกว่าจะได้ธาตุอาหารมากกว่า ส่วนขี้ไก่เนื้อนั้นจะมีแกลบผสมอยู่ค่อนข้างมาก ความถี่ในการใส่เดือนละครั้ง (ใส่แบบหว่าน) บนพื้นที่ 100 ไร่ใส่ปุ๋ยขี้ไก่จำนวน 5 ตัน สั่งซื้อเข้ามาเดือนละ 400 กระสอบ (กระสอบละ 30 กิโลกรัม) ราคากระสอบละ 15 บาท

       ส่วนปุ๋ยเคมีก็มีการใช้บ้างแต่น้อย โดยจะใช้เฉพาะสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 โดยจะผสมน้ำรดให้ต้นไม้ (ใช้ 5 กระสอบต่อครั้ง) รด 10 วันต่อครั้ง คิดเฉลี่ยตกเดือนละ 15 กระสอบ วิธีการนำปุ๋ยมาผสมน้ำแล้วรดจะช่วยประหยัดได้มาก เมื่อเปรียบเทียบกับการใส่แบบหว่าน พื้นที่ 100 ไร่ต้องใส่เป็นตัน แต่ที่อยากจะแนะนำให้เกษตรกรได้ใช้กันคือ ปุ๋ยปลา และปุ๋ยนม

ปุ๋ยปลา
   โดยซื้อปลาตัวเล็กๆ (มีเกล็ด) ที่ไม่มีใครซื้อจากตลาดไทมามากิโลกรัมละ 5 บาท ซื้อมาครั้งละ 2-3 ตัน (ใช้ได้เป็นปี) อัตรการผสม ปลา 1,000 กิโลกรัม กากน้ำตาล 100 กิโลกรัม หมักไว้ในโอ่งขนาดใหญ่ทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน การนำไปใช้โดยนำปุ๋ยปลามาผสมในอัตรา 500 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดทุกๆ 7 วัน

     แนะวิธีเลือกซื้อปลาให้ได้ราคาถูก คือ ต้องซื้อปลาจากแพปลาโดยตรง (ประมาณ 21.00 - 22.00 น.) อย่างที่ตลาดไทจะอยู่หลังสุด หากซื้อจากตลาดด้านหน้าเป็นตลาดมือสองซึ่งจะมีราคาแพงกว่า
[attach]731[/attach]
ปุ๋ยนม
       ใช้นมวัวสด 100 ลิตร ไข่ไก่ 10 ถาด (ถาดละ 30 ฟอง) กากน้ำตาล 10 กิโลกรัมหรือแป้งข้าวหมาก 4-5 ลูก นมเปรี้ยวครึ่งลิตรหรือโยเกิรต์ 3 ขวด นำมาผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในถังประมาณ 7 วัน การนำมาใช้โดยนำปุ๋ยนมมาผสมในอัตรา 500 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดทุกๆ 7 วัน

        ทั้งปุ๋ยปลาและปุ๋ยนมจะช่วยเรื่องของการแตกยอดและรสชาติของฝรั่ง ลูกไม่ร่วง (ขั้วเหนียวขึ้น) โดยเฉพาะรสชาติจะดีกว่าสวนอื่นๆ ที่ใช้ปุ๋ยเคมี

       โรคและแมลงก็มีเข้ามารบกวนบ้าง หากเกิดในปริมาณไม่มากจะเน้นใช้พวกสมุนไพร เช่น สะเดา และขมิ้นชันเป็นหลัก (ฉีดทุกๆ 7 วัน) แต่ถ้าเกิดในระดับที่รุนแรงมากก็จำเป็นต้องใช้ยาเคมีเข้ามาช่วยเหมือนกัน ปัญหาส่วนใหญ่ของชาวสวนฝรั่งที่ต้องคอยเฝ้าระวังคือ แมลงวันทองและเพลี้ยแป้ง

ราวตากผ้าช่วยลดต้นทุน
       จากการสังเกตวิธีการยึดกิ่ง และโน้มกิ่งฝรั่งนั้น ส่วนใหญ่เกษตรกรจะนิยมใช้ไม้ลวกปักรอบต้นแล้วนำเชือกมาผูกยึดกิ่ง ซึ่งแต่ละต้นต้องใช้ไม้ลวก 4-6 ท่อน ถือเป็นวิธีการที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงได้พยายามคิดหาวิธีการลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลด โดยได้คิดทำหลักยึดแบบราวตากผ้าดู ทดลองทำ 2 ร่องก่อน แล้วเห็นว่าได้ผลดีจึงได้หันมาใช้วิธีนี้แทน ซึ่งภายใน 1 ร่องจะทำราวตากผ้า 6 แถว ความสูง 150 เซนติเมตรขึ้น (ตามความสูงของต้น) และเลือกใช้เส้นเอ็นที่เหนียวที่สุดหรือสายโทรศัพท์เก่าก็ได้

    ในขณะที่ต้นฝรั่งยังเล็กอยู่นั้นให้ใช้แผ่นตาข่ายพลาสติกที่แข็งๆ นำมาตัดแล้วนำไปล้อมรอบโคนต้นใช้เชือกมัดไว้ และใช้ไม้ลวกยึดต้นละ 1 ท่อน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เลื่อนขึ้นตามความสูงของต้น จนอายุประมาณ 1 ปี เริ่มเปลี่ยนเป็นการทำราวตากผ้า

    วิธีการค้ำกิ่งหรือการยึดกิ่งก็เพื่อป้องกันไม่ให้กิ่งโน้มลงดินและหัก ควบคุมการแตกยอดของกิ่งที่มากเกินไป ซึ่งตามธรรมชาติของฝรั่งแล้วเป็นพืชที่ชอบความโปร่งสบาย ดังนั้นการจัดการดูแลจึงเน้นลำต้นโปร่ง โล่ง ตัดแต่งกิ่งแขนงที่ขึ้นมาใหม่บริเวณลำต้น


การห่อผล
        ฝรั่งเป็นพืชที่ติดดอกค่อนข้างง่ายและมีจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องเลือกแต่งให้เหลือลูกเดียวต่อหนึ่งกิ่ง โดยคัดเลือกจากทรงลูกที่สวย ขั้วมีความสมบูรณ์ เริ่มห่อเมื่อลูกฝรั่งใหญ่เท่าไข่ไก่ (ใช้ถุงพลาสติกใสหรือขุ่นก็ได้ขนาด 6x12 นิ้ว เจาะก้นถุง 2 รู เพื่อช่วยระบายน้ำ) แล้วห่อด้วยกระดาษซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

        ระยะเวลาตั้งแต่ออกดอกจนถึงการเก็บผลผลิตนั้นใช้เวลา 5-5 ? เดือน (ออกดอกตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา) ในปัจจุบันมีปริมาณการห่อตกวันละ 3,000 ถุง (ห่อทุกวัน) คาดว่าฝรั่งอายุ 2 ปี น่าจะให้ผลผลิตอย่างเต็มที่

    คิดรวมต้นทุนในการผลิตทั้งหมดตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บผลผลิตตกกิโลกรัมละ 3 บาท แต่ถ้ารวมค่าใช้จ่ายในการแปรรูปด้วยคิดเป็นกิโลกรัมละ 7 บาท การเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ดูว่าค่อนข้างสูงเกินไป แต่เมื่องลองมองถึงรายรับได้เพิ่มมากขึ้นก็น่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่า ซึ่งถ้าส่งขายผลสดตามตลาดทั่วไปจะได้ราคาที่ไม่แน่นอน เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง แต่ถ้าหันมาแปรรูปจะได้ราคาที่คงที่ และสูงกว่าขายผลสดเกือบเท่าตัว

ตลาด
     เนื่องจากความไม่แน่นอนของราคาฝรั่งสด จึงทำให้คุณศักดิ์ตัดสินใจหันมาทำเป็นฝรั่งแช่บ๊วยแทน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ฝรั่งและยังได้ราคาที่แน่นอน ไม่ขึ้นลงตามกระแสตลาด โดยจะนำฝรั่งแช่บ๊วยไปส่งตามปั๊มน้ำมันในจังหวัดสระบุรี ตลาดสดในตัวจังหวัดสระบุรี พ่อค้าแม่ค้ารถเข็นเข้ามารับไปขาย และในอนาคตอันใกล้นี้กำลังขยายแหล่งจำหน่ายออกไปยังกลุ่มของโรงงานต่างๆ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการติดต่อประสานงาน
                                                            [attach]732[/attach]
      ผลผลิตที่เก็บได้ทุกวันจะทำการแปรรูปแบบวันต่อวันแล้วจึงนำไปส่งให้กับปั๊มน ้ำมันและตลาดสด โดยมีขั้นตอนการผลิตดังนี้ ทำความสะอาดด้วยน้ำ นำมาปอกเปลือกออก (โดยที่บางคนจะมารับจ้างนำกลับไปปอกที่บ้านคิดกิโลกรัมละ 1 บาท) ในขั้นตอนการปอกเปลือกคุณศักดิ์แนะนำว่าควรใช้เปลือกหอยกาบ ทุบให้เป็นรูตรงกลางแล้วนำมาปอกฝรั่งจะได้ผิวที่เรียบและสวยยิ่งขึ้น ดีกว่าการใช้มีด หลังจากนั้นจึงนำฝรั่งมากลิ้งกับส่วนผสมต่างๆ ที่เตรียมไว้ให้ทั่วประมาณ 20 นาที เพื่อให้น้ำซึมเข้าในผิว ปัจจุบันมีสูตรแปรรูป 3 สูตร คือ แช่บ๊วย แช่กระเจี๊ยบ และแช่สับปะรด ซึ่งในส่วนนี้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอหนองแค มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้ให้การช่วยเหลือเป็นอย่างดี ทั้งด้านการแปรรูป การตลาด และโรงงานแปรรูป

          การจัดจำหน่ายนั้นจะจำหน่ายเป็นชุดๆ ละ 1 กิโลกรัมเศษๆ (2-3 ลูก ขึ้นอยู่กับขนาดของลูก) ส่งราคาชุดละ 20 บาท ปริมาณผลผลิตที่ส่งได้วันละ 1 ตัน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณศักดิ์ สมบุญโต เจ้าของสวนฝรั่งสายศรสระบุรี เลขที่ 19 ม.9 ต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี โทร.08-5836-7910 หรือ คุณทองสืบ บัวสมบูรณ์ โทร. 08-1852-8506

แหล่งที่มาจาก ไม่ลองไม่รู้

puwirut18 กระทู้เมื่อ 25-11-2009 11:20

จำหน่าย-รับตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยปลาตราชาวประมง

ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรจันทร์ธุรกิจการเกษตร       จำหน่ายปุ๋ยปลา ตราชาวประมง

คุณสมบัติของปุ๋ยปลาตราชาวประมง
เป็นปุ๋ยอินทรีย์สภาพของเหลวที่เกิดจากการหมักวัสดุอินทรีย์ มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตต่อพืช ย่อยสลายออกมาเมื่อใช้ในสัดส่วนความเข้มข้นที่เหมาะสมและในสภาพที่เอื้อต่อการดูดซึมของพืช
วัตถุดิบ
ปลาสดจากทะเล : ให้ ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก แก่ต้นพืช
ไคโตซาน : เป็นไบโอโพลิเมอร์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบอยู่ในเปลือกนอกของสัตว์พวก กุ้ง ปู แมลง และเชื้อรา เป็นสารธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว ประโยชน์ ยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช ทำให้เกิดโอกาสการสร้างความต้านทานของพืชต่อแมลงศัตรูพืช ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน
ส่าเหล้า : สารอินทรีย์ และ อนินทรีย์ มีสีน้ำตาลเข้ม และมีธาตุอาหาร N: P: K ซึ่งเป็นสารอาหารที่พืชต้องการ
จุลลินทรีย์ : สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นตัวกลางช่วยเร่งปฏิกิริยาการดูดซึมธาตุอาหารของพืชได้เร็วขึ้น

ใช้ได้กับทุกชนิดพืช ไม้ผล,ไม้ดอก-ไม้ประดับ,พืชสวน,พืชไร่,พืชผัก,นาข้าว,โรงเพาะเห็ด,หัวเชื้อในการทำปุ๋ยหมักแห้ง, ปาล์มน้ำมัน, ยางพารา

มีจำหน่ายขนาด 1 ลิตร 20 ลิตร มีทั้งปลีกและส่ง ราคาไม่สูงคุยกันได้ทุกเรื่อง เพราะเราเป็นแหล่งวัตถุดิบ มีใบอนุญาตผลิตพร้อม
[url]http://www.paknamlangsuan.com/phonchan[/url]
พร้อมจัดส่ง

เราขอเสนอขายปุ๋ยปลาเพื่อเป็นหัวเชื้อในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แห้ง และรับผลิตปุ๋ยปลาตามสูตรของท่าน ในราคาต่ำ และเรายังมีสูตรพิเศษโดยผสมไคโตซานอีกด้วย
สนใจติดต่อฝ่ายขาย คุณ สามารถ แสงจันทร์ โทร 083-106-2524
ประโยชน์ของปุ๋ยปลาชาวประมง
1.ใช้ผสมน้ำพ่นให้พืชทางใบหรือให้พร้อมกับระบบน้ำทางดิน
2. ช่วยส่งเสริมการดูดซึมธาตุอาหารแก่พืชทางรากและใบ
3. ช่วยเสริมสร้างความเจริญเติบโตและความสมบูรณ์แก่ลำต้นดอกใบและผล

อัตราการใช้
พืช        อัตราส่วน        วิธีการใช้
พืชผัก-ไม้ดอกไม้ประดับ
    พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว ผักกินใบ ผักกินหัว – กล้วยไม้ หน้าวัว กุหลาบและไม้ใบทุกชนิด
        20-50 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร
        ฉีดพ่นทุก 7-15 วัน
ไม้ผล – พืชสวนทุกชนิด
      องุ่น ลำไย มะม่วง เงาะ ทุเรียน ฝรั่ง และผลไม้อื่น ๆ
       
40-80 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร
       

ฉีดพ่นทุก 15-30 วัน


พืชไร่
      ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง ยาสูบ ปาล์ม ยางพารา และพืชไร่ทุกชนิด        20-50 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร        ฉีดพ่นทุก 15-30 วัน

หมายเหตุ ฉีดพ่นละอองเล็กๆ พอเปียกทั่วใบและทุกส่วนของพืช

ผู้ผลิต : ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรจันทร์ธุรกิจการเกษตร เลขที่ 279/8 หมู่ที่ 4 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86110 โทร (077)541347, 544473 โทรสาร (077)582310
สถานที่ผลิต : เลขที่ 78 หมู่ที่ 13 ตำบลบางมะพร้าว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86150

[img]แกลอน1[/img]

หน้า: [1]

Powered by Discuz! Archiver 7.2  © 2001-2009 Comsenz Inc.