รายได้,อาชีพเสริม,รายได้จากอินเตอร์เน็ต,MLM,รายได้จากเน็ต,ฮิฟ,เซิฟ,Franchise,Investment,Hyip,Surf,Forex,Adword,Google,Adsense,E-gold,E-bullion,E-point,Liberty,Paypal,SME,OTOP

รายได้ อาชีพ Raidai-D-D.com's Archiver

ลงประกาศซื้อขายสินค้า,ประกาศฟรี

placartoon กระทู้เมื่อ 13-5-2008 12:18

"โคมไฟอมยิ้มดีไซน์" แสงสว่างมีเอกลักษณ์

"ช่วงเวลาที่ขายโคมไฟ เราใช้รูปแบบสร้างจุดขายมาตลอด เพราะแต่ละเทศกาลจะดีไซน์รูปร่างหน้าตาของโคมไฟออกมาให้สอดคล้องกัน เช่น ฮาโลวีน ปีใหม่ ทั้งนี้ก็เพื่อฝึกฝนความสามารถด้านการออกแบบและเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า"

[attach]1350[/attach]                                                              [attach]1351[/attach]

เชื่อว่าถ้าพูดถึงโคมไฟ ทุกคนคงรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะให้แสงสว่างยามต้องการแล้ว บางคนยังนิยมซื้อไปไว้เก็บสะสมหรือใช้เป็นของขวัญของฝากในโอกาสหรือเทศกาลต่างๆ กันอยู่เสมอ

เช่นเดียวกันในฉบับนี้ มีเรื่องราวของคนทำโคมไฟเรซิ่นขายมาฝาก พร้อมกับวิธีประดิษฐ์ ขั้นตอนและเทคนิคที่ปฏิบัติตามได้ไม่ยุ่งยาก แถมขายได้มีกำไรดี ซึ่งผู้ที่มาถ่ายทอดครั้งนี้เป็นใครไปมิได้นอกจาก คุณวรวิทย์ หาทวี หรือ คุณอู๊ด เจ้าของผลงานนั่นเอง


[attach]1352[/attach]                                                              [attach]1353[/attach]
เกิดไอเดียยามว่าง

สร้างโคมไฟไว้ใช้ส่วนตัว

คุณอู๊ด เริ่มต้นเรื่องราวอย่างเป็นกันเองว่า โคมไฟเรซิ่นที่ทำขายปัจจุบันเป็นเพียงอาชีพเสริม เพราะงานประจำที่ทำอยู่ค่อนข้างมั่นคงและมีรายรับดีกว่าเลยยังไม่กล้าตัดสินใจก้าวออกมาทำตรงนี้อย่างเต็มตัว

"ตั้งแต่ผมเรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ทำงานด้านนี้มาตลอดตั้งแต่ออกแบบกรอบรูปเรซิ่นส่งขายต่างประเทศ ออกแบบลายผ้าครอสสติตช์ ออกแบบสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ จนมาทุกวันนี้คือออกแบบของเล่นสำหรับเด็ก"

ปัจจุบัน สถานที่ที่คุณอู๊ดทำงาน อยู่ย่านปิ่นเกล้า ซึ่งสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงรายได้ที่รับในแต่ละเดือน เขาบอกว่า ค่อนข้างพึงพอใจและสนุกสนาน ที่สำคัญ ยังเป็นงานถนัดเลยใช้เวลาทำไม่นานก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ดังนั้น พอมีเวลาว่างเหลือจึงคิดหารายได้เสริม ในที่สุดเลยตัดสินใจประดิษฐ์โคมไฟเรซิ่นขายอยู่กับบ้าน

ย้อนกลับไปราว 3 ปีก่อน คุณอู๊ดคิดจะผลิตผลงาน ซึ่งเขาบอกแนวคิดตรงนี้ให้ฟังว่า เคยไปเดินชื่นชมผลงานของคนอื่นตามงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ปรากฏเห็นของตกแต่งบ้าน รวมถึงของเล่นมีรูปลักษณ์สวยงามน่าทะนุถนอม แต่ขณะเดียวกันเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ใช้สอย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ฐานะอาชีพนักออกแบบเหมือนกันเลยคิดประดิษฐ์ขึ้นเองบ้าง

"เมื่อได้ไปดูผลงานของคนอื่น เหมือนเราได้เปิดหูเปิดตารับสิ่งใหม่ๆ และอยากนำมาประยุกต์ใช้ ส่วนสาเหตุที่คิดประดิษฐ์โคมไฟขึ้นมานั้น เป็นเพราะใจหนึ่งอยากทำของตกแต่งบ้านที่มีประโยชน์ ใช้งานง่าย มีคุณค่าทางจิตใจ และน่าเก็บสะสม อีกใจหนึ่งอยากทำของเล่นที่มีความสนุกสนาน สดใส น่ารัก ดังนั้น เลยนำสองความต้องการนี้มาผสานไว้ด้วยกัน ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของผลงาน"

เมื่อคุณอู๊ดทราบความต้องการของตนเองแน่ชัดแล้ว เขาเลยหมายมั่นทำตามนั้น โดยเมื่อไหร่ที่ว่างจากงานประจำมักคิดหาวัสดุที่จะนำมาผลิตชิ้นงาน ถึงตรงนี้เขาย้อนความให้ฟังว่าในอดีตเคยมีประสบการณ์การออกแบบและหล่อกรอบรูปเรซิ่น เลยคิดนำความรู้เดิมกลับมาใช้ แต่ทว่าต้องมีการดัดแปลงสูตร

"ผมเคยทำงานออกแบบกรอบรูปและหล่อเรซิ่นมาก่อน เลยรู้ว่าวัตถุดิบดังกล่าวราคาไม่แพง หาซื้อง่าย มีขายย่านถนนพรานนก ห้างสรรพสินค้าทั่วไป หรือร้านขายวัสดุก่อสร้าง แต่เนื่องจากคลุกคลีมานานเลยรู้ว่าหากใช้เรซิ่นล้วนๆ จะแห้งเร็วและแข็งมาก เวลานำไปตัดหรือตกแต่งค่อนข้างลำบาก ทั้งยังมีกลิ่นฉุน ฉะนั้น จะแก้ไขโดยนำโพลีเอสเตอร์ซึ่งมีส่วนผสมของแคลเซียมและแป้งทัลคัมลงไปผสมด้วย เพื่อให้มีความอ่อนนุ่มซึ่งจะทำให้ตัดแต่งได้ง่าย แถมยังเพิ่มความทนทาน ที่สำคัญ ช่วยลดกลิ่นไม่พึงปรารถนาลง"

หลังจากที่เจ้าของผลงานทราบสูตรและวัตถุดิบที่ต้องการใช้แล้ว เขาบอกว่า บรรจงร่างแบบโคมไฟที่ต้องการ โดยคงยึดความสดใส น่ารัก เปรียบเสมือนเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งที่มีแสงสว่าง โดยทุกอย่างลงมือทำด้วยตนเองภายในบริเวณบ้านพักอาศัย

"ผมทำเองทุกอย่างตั้งแต่ออกแบบ ซื้อของ หล่อเรซิ่น ติดแผงวงจรไฟ เลยทำให้รู้ว่า ออกแบบนั้นไม่ยาก หลักๆ เวลาส่วนใหญ่มักเสียไปกับการทำบล็อคหรือแม่พิมพ์ เพราะกว่าปูนปลาสเตอร์ ซิลิโคน และโพลีเอสเตอร์จะแห้งเป็นเนื้อเดียวกันใช้เวลาร่วม 2 วัน แต่ทว่าความสนุกจะอยู่ที่การลงสีอะครีลิกเพราะระบายได้ตามใจชอบ"

[attach]1354[/attach]                                                                          [attach]1355[/attach]

ลองฝากเพื่อนขาย

ผลลัพธ์ดีเกินคาด

ช่วงเวลาที่คุณอู๊ดผลิตโคมไฟออกมานั้น เขาบอกว่า ชิ้นงานลงทุนไม่มาก เฉลี่ยตกชิ้นละร้อยกว่าบาท เป็นโคมไฟขนาด 12x12x17 เซนติเมตร เสียบปลั๊กเข้ากับไฟบ้าน ตัวครอบดวงไฟเป็นพลาสติค ซึ่งช่วงแรกไม่คิดทำขาย ให้เป็นของขวัญของฝากเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ทั้งยังแบ่งเป็น 2 ชุด คือ ชุดเทพนิยาย 1 และชุดเทพนิยาย 2 ประกอบไปด้วยเจ้าชาย พ่อมด ทหารใส่ชุดเกราะ ยักษ์ตาเดียว ยักษ์สองตา และไดโนเสาร์

เพราะเหตุใดคุณอู๊ดถึงต้องทำออกมาเป็น 2 ชุดเช่นนี้ ไม่ทำเซ็ตใหญ่ไปเลย ซึ่งตรงนี้เขามีคำตอบมาว่า "ที่ทำอย่างนี้เพราะเปรียบโคมไฟเป็นตัวละครที่อยากทำออกมาให้เป็นภาคต่อ ดูมีเรื่องราวและความน่าสนใจ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะทำออกมารูปแบบไหน ต้องเน้นความรู้สึกว่าโคมไฟนั้นเป็นมิตรกับคนใช้เสมอ"

หลังจากที่คุณอู๊ดภูมิใจกับโคมไฟที่ทำออกมาได้ช่วงเวลาหนึ่ง เขาเกิดเปลี่ยนใจคิดทำขาย เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ตรงนี้เจ้าของผลงานบอกเราว่า

"เพื่อนผมไปออกบู๊ธขายของที่ระลึกในงานแสดงสินค้าที่เมืองทองธานี เมื่อปลายปี 2548 ผมเห็นสินค้าของเพื่อนขายดีเลยสนใจอยากทำขายบ้าง ดังนั้น ทดลองนำโคมไฟที่มีอยู่และลงทุนผลิตเพิ่มทั้งสิ้น 100 ตัว ลองมาฝากขาย ซึ่งมีทั้งฝาครอบดวงไฟที่เป็นพลาสติคและเพิ่มเป็นโหลแก้วขึ้นมา โดยขายราคาทุนเท่ากัน ตัวละ 250 บาท ปรากฏว่าขายดีมากไม่มีเหลือ และแถมยังได้รับคำชมพร้อมกับมีคนติดต่อมาเป็นตัวแทนจำหน่าย เลยรู้สึกว่าเงินที่ลงทุนไปราว 20,000 บาท แม้ได้กำไรไม่มาก แต่กลับสร้างความรู้สึกที่ดี และเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้คิดทำขาย"

การนำโคมไฟออกไปลองวางขายในครั้งนี้ ทำให้คุณอู๊ดทราบข้อบกพร่องสินค้าของตนเองผ่านลูกค้า ซึ่งเขาเล่าให้ฟังว่า ผู้ซื้อโคมไฟติมาว่าฝาครอบดวงไฟที่ทำจากพลาสติคนั้นดูเรียบไป ไม่ต่างจากเจ้าอื่น อยากให้เปลี่ยนฝาครอบเป็นโหลแก้วทั้งหมด ส่วนแผงวงจรไฟอยากให้ทำแบบใส่ถ่านไม่ต้องเสียบปลั๊กเพราะจะได้ใช้งานสะดวกแถมปลอดภัยกว่า

ในเมื่อคุณอู๊ดคิดจะสร้างรายได้จากงานอดิเรกนี้ เขาจึงรับฟังคำติชมเหล่านั้นพร้อมกับนำมาปรับปรุงสินค้าให้ดียิ่งขึ้น จนทำให้โคมไฟที่ผ่านกระบวนการคัดสรรทั้งรูปแบบ วัสดุ และการใช้งาน เป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งตนเองและผู้สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตรงนี้เลยทำให้เขาคิดสร้างแบรนด์เป็นของตนเองขึ้นมา

"คิดว่าการสร้างแบรนด์มีข้อดีหลายอย่าง อาทิ ช่วยให้สินค้ามีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ จดจำง่าย เพิ่มความน่าสนใจ และให้ความรู้สึกที่ดีกับคนที่นำไปใช้ แต่ทว่าชื่อแบรนด์ต้องสอดคล้องกับผลงาน เพราะเวลาฟังแล้วจะได้นึกถึงรูปร่างหน้าตาสินค้าจนอยากได้มาใช้งาน ตลอดจนเกิดความรู้สึกที่ดี" คุณอู๊ด ว่าอย่างนั้น

ราวกับว่าโจทย์ทั้งหมดที่เจ้าของผลงานตั้งขึ้นมานั้น เขาได้พยายามตีให้แตกอยู่พักใหญ่ ถึงตรงนี้เขาบอกว่า ได้ลองตั้งชื่อมากมายอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วในที่สุดก็ได้ชื่อที่ลงตัวนั่นคือ "โคมไฟอมยิ้มดีไซน์"

[attach]1356[/attach]

อาศัยหน้าเว็บขายของ

เผยวิธีทำละเอียด

เมื่อคุณอู๊ดได้ชื่อแบรนด์ตามที่ต้องการมาแล้ว เขาเล่าย้อนกลับไปที่ตัวแทนที่เคยติดต่อเข้ามาซื้อโคมไฟไปจำหน่ายส่วนใหญ่ว่า ล้วนเป็นพ่อค้าขายของที่ระลึก ของใช้ตกแต่งบ้านอยู่ตามตลาดนัดจตุจักร และสวนลุม ไนท์บาซาร์ ซึ่งการขายของตรงนี้แบ่งเป็น 2 วิธี คือ การฝากขาย และขายขาด

ด้วยความสงสัยในวิธีการขายและการระบายสินค้าของคุณอู๊ดว่าเพราะเหตุใดจึงมีทั้งฝากขายและขายขาด ซึ่งตรงนี้เจ้าของผลงานไขคำตอบกลับมาว่า "เราขายโคมไฟอมยิ้มดีไซน์ในราคาขายส่งชิ้นละ 250 บาท ให้แก่ผู้ที่สั่งสินค้า 1 โหลขึ้นไป ซึ่งมีเพียงร้านเดียวที่ซื้อในปริมาณที่ตั้งไว้คือที่สวนลุม ไนท์บาซาร์ อีกทั้งหากจำหน่ายไม่หมดเราไม่รับสินค้าคืนเลยเรียกว่าขายขาด ส่วนที่ตลาดนัดจตุจักรเจ้าของร้านเป็นเพื่อนกัน เลยใช้วิธีฝากขาย ซึ่งเราตั้งราคาขายเองอยู่ที่ชิ้นละ 380 บาท"

เป็นเวลาเกือบปีที่คุณอู๊ดใช้ 2 วิธีนี้หารายได้เสริม ซึ่งเขาบอกถึงรูปแบบโคมไฟที่ดีไซน์ออกมาในแต่ละครั้งว่า

"ช่วงเวลาที่ขายโคมไฟ เราใช้รูปแบบสร้างจุดขายมาตลอด เพราะแต่ละเทศกาลจะดีไซน์รูปร่างหน้าตาของโคมไฟออกมาให้สอดคล้องกัน เช่น ฮาโลวีน ปีใหม่ ทั้งนี้ก็เพื่อฝึกฝนความสามารถด้านการออกแบบและเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า"

คุณอู๊ดผลิตสินค้าป้อนตัวแทนจำหน่ายและฝากขายด้วยตนเองเรื่อยมา ซึ่งเขาเล่าถึงความสำเร็จตรงนี้ให้ฟังว่า "โคมไฟอมยิ้มดีไซน์ได้การตอบรับค่อนข้างดี สังเกตได้จากออร์เดอร์ร้านสวนลุม ไนท์บาซาร์ ที่สั่งเข้ามาเดือนละ 2-3 โหล ตลาดนัดจตุจักรก็เช่นกัน แต่ถึงอย่างไรหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างรายรับยังเทียบกับงานประจำไม่ได้"

จนกระทั่งปลายปี 2549 ที่โคมไฟอมยิ้มดีไซน์ใกล้หมดเวลาออกมาอวดสายตาลูกค้าในตลาดนัด เป็นเพราะคุณอู๊ดเสาะหาช่องทางจำหน่ายได้ใหม่ นั่นคือทางเว็บไซต์ ตรงนี้เจ้าของผลงานบอกความคิดเห็นว่า

"ผมทำงานใช้อินเตอร์เน็ตอยู่ทุกวัน ดังนั้น เลยรู้ว่าแต่ละเว็บไซต์มีพื้นที่ไว้บริการฝากขายของ และจากการสังเกตเห็นว่าส่วนใหญ่ขายดี อีกทั้งยังใช้เงินลงทุนและเวลาไม่มาก เลยทดลองเข้าไปเป็นสมาชิกเว็บไซต์พร้อมกับถ่ายรูปผลงานไปลงประกาศไว้"

หลังจากที่คุณอู๊ดลงโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ไม่นาน เขาบอกว่า เริ่มมีลูกค้าติดต่อเข้ามาซื้อ ซึ่งนับวันปริมาณยิ่งเพิ่มขึ้น ช่วงเวลาไม่ถึงเดือนขายได้มากกว่าส่งตัวแทนจำหน่ายและฝากขาย แถมช่องทางนี้ยังขายได้ในราคาเต็ม 380 บาท ไม่ต้องมีส่วนลด ไม่เสียค่าใช้จ่ายจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์เพราะลูกค้าเป็นฝ่ายออก

เมื่อคุณอู๊ดเริ่มแน่ใจว่าระบบการฝากขายแบบนี้ส่งผลดีกว่า ในที่สุด เขาเลยตัดสินใจเลิกขายในวิธีเก่าพร้อมกับนำเวลาไปผลิตชิ้นงานสต๊อคเก็บไว้

"วิธีฝากขายทางเว็บไซต์ จริงอยู่มีข้อดีหลายอย่าง แต่ข้อสำคัญที่สุดคือความขยัน เจ้าของสินค้าต้องหมั่นเข้าไปลงประกาศบ่อยๆ มิเช่นนั้นข้อความที่เคยโฆษณาไปจะไม่เห็นผลหรือเห็นผลช้า เพราะทุกวันนี้มีผู้มองเห็นโอกาสจากช่องทางนี้เพิ่มขึ้นสูง"

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมากับการจำหน่ายโคมไฟของคุณอู๊ด บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง อาทิ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์จนสามารถสร้างรายได้มาหล่อเลี้ยงครอบครัว การได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่ และยังเป็นตัวอย่างผู้ประกอบการดีๆ ให้น่าเอาเป็นแบบอย่าง

และก่อนจากกันไป คุณอู๊ดย้ำราคาขายโคมไฟที่เพิ่งตั้งใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาจาก 380 บาท เป็น 399 บาท ทั้งนี้ เขาบอกว่าเป็นเพราะวัตถุดิบที่นำมาผลิตโคมไฟพากันขึ้นราคา

สนใจซื้อโคมไฟดีไซน์เก๋ๆ ติดไม้ติดมือไปฝากญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิท ติดต่อคุณอู๊ด หรือ คุณ วรวิทย์ หาทวี ได้ที่ 1669/440 หมู่ 3 หมู่บ้านปิ่นเจริญ โครงการ 1 ซอย 2 สีกัน ดอนเมือง กรุงเทพฯ โทรศัพท์ (089) 893-6569 ทางเว็บไซต์ [url]www.omyimdesign.com[/url]

อ้อ!!! คุณอู๊ดยังฝากวิธีและขั้นตอนการผลิตโคมไฟคร่าวๆ ไว้สำหรับผู้อ่านเส้นทางเศรษฐีให้ลองไปประกอบกันดู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลงานที่ออกมาขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน



วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโคมไฟเรซิ่น

1. โพลีเอสเตอร์

2. เรซิ่น

3. สีอะครีลิก

4. โหลแก้ว

5. แผงวงจรไฟ ใช้หลอด LCD

6. ถ่านกลมขนาด 1.5 โวลต์ (คล้ายถ่านนาฬิกา)

7. สวิตช์



ขั้นตอนและวิธีการทำแม่พิมพ์โคมไฟ (สำหรับไว้ใช้นานๆ)

1. ออกแบบรูปร่าง หน้าตา และวิธีการใช้งานของโคมไฟ หรือจะยึดตามต้นฉบับก็ได้

2. หลังจากที่ได้รูปแบบแล้ว ให้ร่างออกมาในกระดาษคร่าวๆ

3. จากนั้นนำดินน้ำมันมาขึ้นรูปตามที่ร่างไว้ ตรงนี้ควรใช้ดินน้ำมันชนิดดีหน่อย เพื่อสามารถดัดเป็นรูปต่างๆ ได้ง่าย

4. ดูสัดส่วน ปรับโครงสร้าง และเกลี่ยให้ผิวดินน้ำมันให้เรียบเนียนมากที่สุด

5. จากนั้นนำเรซิ่นกับยางซิลิโคนในอัตราส่วนที่เท่ากันมาหล่อลงบนต้นแบบ และหุ้มด้วยปูนปลาสเตอร์ราว 1/2 ชั่วโมง

6. ใช้โพลีเอสเตอร์ทาทับลงบนแบบนั้นอีกชั้นหนึ่ง รอจนแห้งราว 2-3 นาที แล้วค่อยใช้ค้อนทุบเบาๆ เพื่อแกะปูนทิ้ง

7. นำชิ้นส่วนที่ได้มาขัดตกแต่งด้วยกระดาษทรายเบอร์ 100 เบอร์ 450 และเบอร์ 1000 ขัดเพื่อเก็บความเรียบร้อยอีกครั้ง

8. จำนวนชิ้นส่วนที่แกะออกมาได้ ขึ้นอยู่กับรูปทรงและหน้าตาตัวสินค้า

9. ใช้กาวร้อนต่อส่วนประกอบทุกอย่างให้กลายเป็นชิ้นงานที่ร่างแบบไว้

10. นำไปพ่นสีอะครีลิกตามที่เราออกแบบไว้

11. ขั้นตอนสุดท้าย คือต่อชุดไฟ LCD ตามขั้วบวกและลบ แค่นี้เป็นอันสมบูรณ์

** หมายเหตุ จำนวนชิ้นงานขึ้นอยู่กับปริมาณเรซิ่น โพลีเอสเตอร์ และซิลิโคนที่นำมาใช้ ที่สำคัญ น้ำหนักมือที่ใช้ในการหล่อแต่ละคนไม่เท่ากัน



ข้อมูลจำเพาะ

สินค้า โคมไฟ

ยี่ห้อ อมยิ้มดีไซน์

ลักษณะกิจการ เจ้าของคนเดียว

เจ้าของสินค้า วรวิทย์ หาทวี

เงินลงทุน หลักพันบาท

วัสดุ อุปกรณ์การทำ เรซิ่น โพลีเอสเตอร์ ปูนปลาสเตอร์ ซิลิโคน สีอะครีลิก โหลแก้ว

ชุดต่อหลอดไฟ ถ่านชนิดกลม 1.5 โวลต์

เทคนิคการผลิต ช่วงเวลาทำแม่พิมพ์และระบายสีต้องอาศัยความใจเย็น

แหล่งซื้อ พรานนก คลองถม

แรงงานผลิต คนเดียว

ราคาจำหน่าย ชิ้นละ 399 บาท

ปัญหา แรงงานการผลิตไม่เพียงพอเพราะทำเพียงลำพัง

ช่องทางการจำหน่าย ทางเว็บไซต์ [url]www.omyimdesign.com[/url]

สถานที่ผลิต 1669/440 หมู่ 3 หมู่บ้านปิ่นเจริญ โครงการ 1 ซอย 2

สีกัน ดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210

โทรศัพท์ (089) 893-6569

แหล่งที่มาจาก มติชนกรุ๊ป

หน้า: [1]

Powered by Discuz! Archiver 7.2  © 2001-2009 Comsenz Inc.