รายได้,อาชีพเสริม,รายได้จากอินเตอร์เน็ต,MLM,รายได้จากเน็ต,ฮิฟ,เซิฟ,Franchise,Investment,Hyip,Surf,Forex,Adword,Google,Adsense,E-gold,E-bullion,E-point,Liberty,Paypal,SME,OTOP

รายได้ อาชีพ Raidai-D-D.com's Archiver

ลงประกาศซื้อขายสินค้า,ประกาศฟรี

placartoon กระทู้เมื่อ 5-6-2008 09:24

เครื่องดื่มยอดฮิตหน้าโรงเรียน

เครื่องดื่มยอดฮิตหน้าโรงเรียน

ปักษ์นี้คิดว่าโรงเรียนของน้องๆ ส่วนใหญ่คงจะเปิดกันแล้วใช่ไหมครับ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าหน้าโรงเรียนทั้งหลายต่างสดชื่นหน้าบานไปตามๆ กัน หน้าโรงเรียนก็มีของขายมากมายเช่นกัน เป็นของที่ขายง่ายๆ เบาๆ อย่างเช่น ลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด ขนมถ้วย ไข่ทอด ซูชิหน้าต่างๆ ข้าวโพดต้ม น้ำอัดลมเติมเป็นแก้ว ไอศกรีม



เครื่องดื่มน่าสนใจ

ที่น่าสนใจและน่าทำขายมากที่สุด เห็นจะเป็นน้ำปั่นสำเร็จรูปที่ตักขายเป็นแก้ว แก้วละ 10 บาท มีน้ำส้ม น้ำผลไม้ต่างๆ และที่สำคัญ มีชาไข่มุกปั่นด้วยครับ บางร้านยังมีทีเด็ดให้เด็กเลือกรับประทาน นั่นก็คือ เยลลี่รสชาติและกลิ่นต่างๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ปกครองทั้งหลายก็ต้องช่วยลูกๆ ของท่านเลือกร้านที่คิดว่ารับประทานแล้วปลอดภัย สะอาด เรื่องนี้ผู้เขียนคิดว่า ผู้ปกครองทุกท่านน่าจะดูออกว่าร้านไหนสะอาดหรือสกปรก

เรื่องความสะอาดของร้านค้านี่แหละครับ สำคัญที่สุดคือ เชื้อปนเปื้อน เจ้าตัวเชื้อปนเปื้อนนี้มันมองไม่เห็นครับ แต่มันจะออกผลกับเด็กๆ ลูกค้าที่รับประทาน ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า ร้อยทั้งร้อยของพ่อค้าที่ขายหน้าโรงเรียนนั้น ฆ่าเชื้อโรคในภาชนะที่บรรจุไม่เป็น

ไอ้การฆ่าเชื้อโรคในภาชนะนั้น ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน มีเปิดสอนมาตั้งนานแล้ว เชื่อผู้เขียนเถอะครับ การฆ่าเชื้อปนเปื้อนนั้นสำคัญที่สุด ทุกวันที่เข็นรถออกมาขายของหน้าโรงเรียน ถ้าเป็นของเย็น เช่น น้ำส้มปั่นเกล็ดหิมะหรือชาไข่มุกปั่นนั้น เชื้อโรคมันเกิดช้า เพราะความเย็นของน้ำแข็งมันช่วยปรับอุณหภูมิให้เชื้อโรคมันค่อยๆ โต ไม่เหมือนของแฉะ เช่น ขนมปังสังขยานั่นแหละ เผลอแป๊บเดียวบูดซะแล้ว

พ่อค้าแม่ค้าเคยมองหน้าลูกค้าตัวน้อยบ้างหรือไม่ ถ้าไม่เคยกรุณามองหน้าลูกค้าบ้าง และข้อสำคัญ อย่าลืมมองเข้าไปในดวงตาอันใสบริสุทธิ์ของพวกเขาด้วย เพียงแค่นี้ ผู้เขียนคิดว่าน่าจะละลายพฤติกรรมของพ่อค้าแม่ค้าที่ผลิตสินค้าที่ด้อยคุณภาพออกมาจำหน่ายนะครับ



แก้วค็อกเทล

ฉบับนี้ที่จริงไม่คิดจะเขียนเรื่องอื่นเลย นอกจากเรื่องแก้วค็อกเทลเท่านั้น เพราะเรื่องแก้วค็อกเทลนี่แหละเป็นปัญหาสำคัญของผู้ผลิตเครื่องดื่มประเภทค็อกเทลและเหล้าปั่น การไปเที่ยวดูร้านจำหน่ายเหล้าปั่นแต่ละร้านนั้น บอกตามตรงเลยครับ ถ้าเจ้าของร้านพัฒนาเรื่องแก้วที่จะเสิร์ฟให้ลูกค้าของท่านดื่มเป็นแก้วที่เหมาะสมกับชนิดของเครื่องดื่มนั้นๆ แล้ว รับรองเลยครับ ลูกค้าติดใจแน่นอน และยิ่งเครื่องดื่มได้มาตรฐานโรงแรม แต่ราคาข้างถนนด้วยแล้ว รับทรัพย์แน่นอน

ครั้งหนึ่งผู้เขียนและภรรยามีโอกาสได้ไปเที่ยวย่านไนท์บาซาร์ของเชียงใหม่ ได้ไปพบร้านจำหน่ายค็อกเทลเป็นแบบชนิดขายบนรถโฟล์คตู้ ขายดีที่สุด ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติทั้งนั้นเลยครับ วิธีผสมก็ไม่ยุ่งยากอะไร เพียงแต่เติมน้ำแข็งใส่กระบอกพลาสติค ใส่น้ำหวานกลิ่นผลไม้ และก็เติมเหล้าวอดก้า อาจจะเพิ่มโซดานิดหน่อย เพียงแค่นี้ก็เสิร์ฟให้ลูกค้าได้แล้ว

แต่คนไทยไม่นิยม เพราะมันดูไม่สมกับราคาที่จ่ายไป ส่วนชาวต่างชาติที่หิ้วเป้เที่ยวจะไม่สนใจเรื่องนี้ ขอให้มีเสียงเพลงเร้าใจ มีความคึกคัก แค่นี้ก็พอใจแล้ว

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ถ้ามาตรฐานโรงแรม แต่ราคาข้างถนน รับรองลูกค้าเข้าร้านเยอะ แต่จะทำอย่างไรได้ ถ้าเศรษฐกิจยังเป็นอย่างนี้อยู่ ใครจะมีเงินมาจับจ่ายของฟุ่มเฟือย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ค็อกเทลที่พวกเราจำหน่ายก็เป็นค็อกเทลกึ่งมาตรฐานแท้ เพียงแต่เราดัดแปลงวัตถุดิบให้สมราคาและสถานการณ์ แต่เราจะมาเสริมตรงแก้วบรรจุให้ลูกค้า โดยเราจะใช้เป็นแก้วค็อกเทลมาตรฐานที่โรงแรมเขาใช้กันอยู่ เพียงแค่นี้ ผู้เขียนคิดว่าน่าจะทำให้ลูกค้าเคลิบเคลิ้มในการดื่มได้แล้วครับ

ส่วนเหล้าปั่นที่ลูกค้ายกพวกมาดื่มกันเป็นหมู่คณะ ก็ให้ใช้วิธีการเสิร์ฟวิธีเดิมนั่นแหละครับ นั่นก็คือ ใส่เหยือกแล้วเสิร์ฟแก้วเป๊กตามจำนวนคน ส่วนลูกค้าที่มาคนเดียวหรือมาสองสามคน ที่ไม่ต้องการดื่มเหล้าปั่น ผู้ค้าก็สามารถใช้สูตรเดียวกับเหล้าปั่นนั่นแหละครับ โดยใช้วิธีใส่กระบอกเชคเกอร์เขย่า แล้วรินแต่น้ำ เสิร์ฟตามสูตรของเครื่องดื่มนั้นๆ บางสูตรก็ต้องรินแต่น้ำ บางสูตรก็ต้องเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งด้วยครับ

ในปักษ์นี้ผู้เขียนจะเสริมเรื่องแก้วค็อกเทลให้นะครับ ท่านผู้อ่านลองศึกษาดูและอาจจะนำมาปรับหรือเปลี่ยนแปลงการบรรจุภายในร้านก็ได้นะครับ

แก้วเหล้าที่ผลิตจากต่างโรงงานกัน ก็จะมีสัดส่วนของรูปทรง รวมทั้งสิ่งตกแต่งแตกต่างกันไปบ้าง แต่โดยทั่วไปแล้วจะยังคงยึดหลักใหญ่อันเดียวกัน การผลิตแก้วนั้นได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ยิ่งๆ ขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะถ้วยแก้วที่ใช้ใส่ไวน์และค็อกเทล

แก้วไวน์นิยมใช้แก้วก้าน วัตถุประสงค์ที่ใช้ก็เพื่อให้ผู้ดื่มไวน์จับแก้วตรงก้านแก้ว เพื่อมิให้ความร้อนจากมือไปสัมผัสตัวถ้วยที่ใส่ไวน์ เพราะไวน์นั้นส่วนมากแล้วนิยมเสิร์ฟเย็นจัด ส่วนวัสดุที่ทำควรเป็นแก้วที่โปร่งใสเป็นประกาย ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้ไวน์ในแก้วมองดูชวนดื่ม ซ้ำจะช่วยเพิ่มความกระหายอยากดื่มยิ่งขึ้น

ส่วนรูปทรงนั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ช่วยเก็บรักษากลิ่นขณะดื่มว่าจะให้ได้กลิ่นมากน้อยเพียงใด ตัวอย่างเช่น แก้วทรงทิวลิป เมื่อจรดแก้วที่ปาก กลิ่นจะฟุ้งเข้าจมูกได้ดีกว่ารูปทรงอื่นๆ รูปทรงนอกจากจะช่วยเก็บกลิ่นแล้ว ยังช่วยเก็บฟองแก๊สให้คงทนอยู่ได้นาน และช่วยเก็บรักษาความเย็นของไวน์ด้วย

แก้วบรั่นดีหรือที่เรียกว่า บรั่นดีสนิฟเตอร์ (brandy snifter) นั้น ก้านจะสั้น ส่วนตัวแก้วจะกลมป้อม ปากแคบ เหตุผลที่นิยมใช้รูปร่างเช่นนี้ เพราะไม่ต้องการให้ผู้ดื่มถือแก้วที่ก้านแก้ว แต่ต้องการให้จับตัวแก้ว เพื่อให้ความร้อนจากมือระบายไปสู่บรั่นดีในแก้วนั้น เมื่อบรั่นดีอุ่นขึ้น กลิ่นก็จะระเหยออกมามากยิ่งขึ้น ปากแก้วที่แคบจะช่วยเก็บกักกลิ่นที่ระเหยขึ้นมาให้คงอบอวลอยู่ภายในแก้ว เพิ่มความหอมหวนชวนดื่มได้ดีกว่าแก้วทรงอื่นๆ

แก้วค็อกเทลนั้นสามารถใช้รูปร่างต่างๆ กันได้อย่างกว้างขวาง เพียงแต่แนะนำว่าควรใช้แก้วที่ใสเป็นประกาย เนื้อแก้วดีเยี่ยมและบาง แต่มียกเว้นอยู่บ้าง เช่น ค็อกเทลบางอย่างก็นิยมเสิร์ฟในแก้วทรงเตี้ยที่ค่อนข้างหนา เช่น ออนเดอะร็อค และโอลด์แฟชั่น แต่อย่างไรก็ตาม แก้วเหล้าที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบันนี้พอจะแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทด้วยกันคือ

1. แก้วทรงกระบอก เป็นแก้วที่ไม่มีก้านหรือเชิง รูปร่างเหมือนกระบอก ข้างแก้วอาจจะตรง ผายออก คุ้มเข้า หรือคอดก็ได้ มีขนาดและความสูงต่างๆ กัน แก้วกลุ่มนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า ทัมเบลอ (tumbler) มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ละขนาดจะมีชื่อเรียกเฉพาะอีกดังตัวอย่าง

ก. ช็อตกลาส (shot glass) จุ 2 ออนซ์

ข. โอลด์แฟชั่นหรือร็อคกลาส (old fashioned or rocks glass) จุ 7 1/4 ออนซ์

ค. ไฮบอลล์ (highball) จุ 9 ออนซ์

ง. คอลลินส์ (collins) จุ 12 ออนซ์

จ. คูลเลอร์ (cooler) จุ 16 ออนซ์

ฉ. ซอมบี (zombie) หรือ ลองดริ๊งก์ (long drink) จุ 13 1/2 ออนซ์

ช. พิลสเนอร์หรืออาวกลาส (pilsner or hour glass) จุ 10 ออนซ์

2. แก้วก้าน แก้วประเภทนี้นอกจากจะมีส่วนตัวแก้วที่ใช้ใส่เหล้าแล้ว ยังมีก้านยาวเหมือนดอกไม้ สุดก้านก็จะมีเชิงเป็นแผ่นกลม นูนเล็กน้อย เพื่อให้ตั้งได้ มีรูปร่างหลายแบบด้วยกัน เพื่อให้ถูกกับวัตถุประสงค์ของการใช้ แต่ละรูปร่างก็กำหนดไว้เพื่อใช้สำหรับเหล้าแต่ละชนิดไป ไวน์ส่วนมากนิยมเสิร์ฟในแก้วก้าน คำว่าก้านแก้ว ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า stemmed glass ซึ่งมีรูปร่างต่างๆ ดังนี้

ก. ค็อกเทลกลาส (cocktail glass) จุ 5 1/4 ออนซ์

ข. ซาวกลาส (sour glass) จุ 5 1/2 ออนซ์

ค. มาร์การิต้ากลาส (margarita glass) จุ 5 ออนซ์

ง. ฟลูตแชมเปญ (flute champagne) จุ 6 ออนซ์

จ. แชมเปญซอสเซอร์ (champagne saucer) จุ 6 1/2 ออนซ์

ฉ. แก้วไวน์อเนกประสงค์ (all-purpose wine) จุ 8 1/4 ออนซ์

ช. ลิเคียวหรือบรั่นดี (liqueur or brandy) จุ 2 ออนซ์

3. แก้วเชิง มีลักษณะคล้ายๆ กับแก้วก้าน เพียงแต่ก้านนั้นสั้น เพราะส่วนก้านมีความประสงค์เพียงเพื่อเป็นตัวเชื่อมส่วนตัวแก้วกับเชิงที่ตั้ง เพื่อความสวยงามของแก้วเท่านั้น มิได้ทำไว้เพื่อให้จับหรือถือแก้วตรงส่วนนั้น เหล้าผสมหรือค็อกเทลส่วนใหญ่นิยมเสิร์ฟในแก้วเชิงนี้พอๆ กับเสิร์ฟในแก้วก้าน มีตัวอย่างดังนี้คือ

ก. ร็อค (rocks) จุ 7 ออนซ์

ข. เบียร์ (beer) จุ 10 ออนซ์

ค. บรั่นดีสนิฟเตอร์ (brandy snifter) จุ 12 ออนซ์

ง. เฮอริเคน (hurricane) จุ 22 ออนซ์

4. เหยือกเบียร์ (mug) รูปร่างคล้ายกับแก้วก้านทรงกระบอก ส่วนใหญ่จะหนาและมีหูคล้ายถ้วยกาแฟ มีความจุระหว่าง 10-16 ออนซ์

5. แก้วแฟนซี หมายถึงแก้วหรือเหยือกที่ทำรูปร่างแตกต่างจากแก้วที่กล่าวถึงแล้ว เพื่อใช้เฉพาะแห่ง อาจทำจากแก้วหรือเครื่องเคลือบดินเผา หรืออื่นๆ ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเสิร์ฟค็อกเทลบางตำรับในผลของผลไม้บางอย่างด้วย เช่น สับปะรด มะพร้าวอ่อน หรือมะพร้าวแก่ และแตงโม เป็นต้น

เอาล่ะ เมื่อรู้เรื่องแก้วต่างๆ แล้ว คราวนี้เรามารู้เรื่องว่าแก้วชนิดไหนจะใช้กับเครื่องดื่มชนิดใดบ้าง ผู้เขียนจะแนะนำสัก 2-3 สูตร ก็แล้วกัน ดังตัวอย่าง

รัมพันช์ (rum punch)

ส่วนผสม

แบล็ครัม 1/2 ออนซ์

ไลท์รัม 1/2 ออนซ์

น้ำมะนาวหวาน 3/4 ออนซ์

น้ำส้ม 3/4 ออนซ์

น้ำสับปะรด 3/4 ออนซ์

น้ำทับทิม 1/4 ออนซ์

ใช้แก้วลองดริ๊งก์

มาร์การิต้า (margarita)

ส่วนผสม

เตกิล่า 1 ออนซ์

คอนโทร์

หรือทริเปิ้ลเสค คูราโซ่ 1/2 ออนซ์

น้ำมะนาวหวาน 1 ออนซ์

ใช้แก้วแชมเปญหรือมาร์การิต้ากลาส ตกแต่งด้วยมะนาวฝาน 1 ชิ้น ทำเกลือเกาะปากแก้ว

ปักษ์นี้ให้ 2 สูตรก่อน เพื่อจะได้ใช้พิจารณาว่าสูตรต่างๆ ต้องใช้แก้วแบบไหน แต่โดยธรรมชาติแล้ว ถ้าหาแก้วแบบมาตรฐานไม่ได้ ก็สามารถใช้แก้วชนิดแบบที่ดูแล้วเหมาะสม ก็ไม่น่าแปลก

ปักษ์นี้พอเท่านี้ก่อนจะรีบไปรับลูกสาว อ้อ! ลืมไป หลักสูตรน้ำปั่นเกล็ดหิมะ (สูตรการค้า) ที่นานๆ เราจะเปิดอบรมครั้งหนึ่ง บัดนี้ได้ฤกษ์เบิกชัย เปิดรุ่นใหม่อีกแล้วในวันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายนนี้ แฟนๆ คอลัมน์เตรียมตัวลงทะเบียนเรียนมาให้พร้อมเพรียงกันเลยนะครับ

ในหลักสูตรก็จะมีน้ำส้มเกล็ดหิมะสูตรพิสดาร โกโก้ปั่น น้ำผลไม้กลิ่นต่างๆ ชาไข่มุกปั่น กลิ่นต่างๆ พร้อมการต้มไข่มุก และการฆ่าเชื้อโรคภาชนะอย่างถูกวิธี เรียนจบแล้ว สามารถเปิดร้านขายหน้าโรงเรียนหรือหน้าบ้านได้เลยครับ

แหล่งที่มาจาก เส้นทางเศรษฐี

หน้า: [1]

Powered by Discuz! Archiver 7.2  © 2001-2009 Comsenz Inc.