รายได้,อาชีพเสริม,รายได้จากอินเตอร์เน็ต,MLM,รายได้จากเน็ต,ฮิฟ,เซิฟ,Franchise,Investment,Hyip,Surf,Forex,Adword,Google,Adsense,E-gold,E-bullion,E-point,Liberty,Paypal,SME,OTOP ..

เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้จาก true เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้จาก trueเปิดร้านค้าออนไลน์ ลงประกาศโพสฟรีเสื้อผ้าเกาหลี,Preorderเสื้อผ้าเกาหลี,เสื้อผ้าแฟชั่น_ex30May2011 รับทำseo,โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับหน้าแรก Google

สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิ๊กเลยแหล่งซื้อขาย สินค้า_ex20/5/11 dgjshop.comโปรโมทเว็บไซต์ฟรี,โปรโมทเว็บ,โปรโมท_ex10/6/11สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิ๊กเลย
กลับไปรายการกระดาน โพสต์

วิธีคำนวณเงินเพื่อเสียภาษี

ถึงเดือนมีนาคมแล้วซึ่งเป็นช่วงที่ผู้มีเงินได้ต่าง ๆ จะต้องยื่นแบบการชำระภาษีประจำปีภายในวันที่ 31 มีนาคมศกนี้

ดังนั้นจึงขอคัดลอกเรื่องวิธีการคำนวณเงินเพื่อเสียภาษีจากหนังสือเรื่องรู้รอบด้าน...แผนการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการมาเพื่อทราบกันนะคะ

ขั้นที่ 1 นำรายได้ที่ได้รับทั้งปีมาหักค่าใช้จ่าย แยกตามประเภทของรายได้ และหักค่าลดหย่อนตามสถานภาพและตามที่ได้จ่ายไปจริง จากนั้นนำไปหักเงินบริจาค ยอดที่ได้จะเป็นเงินได้สุทธิซึ่งจะใช้ในการคำนวณการเสียภาษีแบบขั้นบันได ถ้าเงินได้สุทธิไม่เกิน 100,000 บาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษี

ขั้นที่ 2 วิธีคำนวณยอดเงินสุทธิที่ได้ นำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เทียบจากอัตราในตารางด้านล่างนี้

ตัวอย่างการคำนวณภาษีโดยทั่ว ๆ ไป

นาย ก เป็นโสด ทำงานกินเงินเดือนมีรายได้ปีละ 300,000 บาท จ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพปีละ 100,000 บาท ทำประกันชีวิตไว้โดยจ่ายเบี้ยประกันปีละ 12,000 บาท บริจาคเงิน 3,000 บาท

คำนวณการเสียภาษีได้ดังนี้

รายได้ทั้งปี 300,000

หัก ค่าใช้จ่าย (40% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 60,000) 60,000

ค่าลดหย่อนส่วนตัว 30,000

ค่าเบี้ยประกันชีวิต 12,000

เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ                  18,000

เหลือ 180,000

หักเงินบริจาคตามที่จ่ายจริง                         3,000

เงินได้สุทธิก่อนเสียภาษี                               177,000 บาท

ต้องเสียภาษีดังนี้

เงินได้ 100,000 บาทแรกยก เว้นภาษี

และที่เหลือ 77,000 บาท (ที่เกินจาก 100,000 บาท) อยู่ในช่วงอัตรา ภาษี

10% (ระหว่าง 100,001 บาท- 500,000 บาท) คือเสียภาษี 7,700 บาท (7 ,700 X 0.1)

เห็นไหมคะว่าการคำนวณภาษีไม่ใช่เรื่องยากเลย.

การคำนวณภาษีไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากเลย   เป็นสิ่งที่บุคคลธรรมดาพึงกรอกและยื่นแบบได้ด้วยตนเอง โดยไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปให้นักบัญชีหรือสำนักงานตรวจสอบบัญชีช่วยในการกรอกแบบฟอร์มภาษีให้เสียค่าใช้จ่าย ท่านสามารถขอความช่วยเหลือในการกรอกแบบฟอร์มจากเจ้าหน้าที่สรรพากรเขตที่อยู่ใกล้บ้านของท่านได้ แต่ก็คงไม่ไปในช่วงปลายเดือนที่จะครบกำหนดการยื่นแบบการชำระภาษีประจำปีที่เจ้าหน้าที่จะกำลังยุ่งมาก ๆ เลยนะคะ ตัวช่วยการคำนวณภาษีอีกตัวที่สะดวกมากคือ การยื่นแบบฟอร์ผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งสามารถเข้าไปในเว็บไซต์ www.rd.go.th ซึ่งถ้าหากต้องการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นก็จะมีแบบฟอร์มการคำนวณภาษีอัตโนมัติให้เลย

สำหรับรายได้ต่าง ๆ นั้นมีอยู่ 8 ประ เภทที่ต้องนำมาคำนวณภาษี คือ รายได้จากการจ้างงานรายได้จากตำแหน่งหน้าที่การงานหรือการรับทำงานให้ รายได้จากสินทรัพย์ทางปัญญา รายได้ประเภทดอกผล รายได้จากค่าเช่าทรัพย์สิน รายได้จากอาชีพอิสระ รายได้จากการรับเหมา และรายได้จากการประกอบธุรกิจ ซึ่งผู้ที่มีรายได้จากแรงงานประเภทเงินเดือนค่าจ้างจะต้องมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 และผู้ที่มีเงินได้จากการประกอบธุรกิจการค้าทั่วไปที่มิได้เกิดขึ้นจากการจ้างแรงงานต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90

รายได้ทั้งแปดประเภทนี้ต้องนำมารวมกันในแต่ละปี บุคคลธรรมดาที่ไม่มีคู่สมรสถ้าหากต้องมีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อปีก็ไม่ต้องชำระภาษี และกรณีมีคู่สมรสต้องมีเงินได้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียภาษี การคำ นวณการเสียภาษี นำรายได้เหล่านี้มาหักค่าใช้จ่ายได้ส่วนหนึ่งเช่น รายได้จากเงินเดือนสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 60,000 บาท ซึ่งจะทำให้ตัวเลขรายได้จริงลดลงทำให้เสียภาษีน้อยลงได้ ส่วนรายได้ที่เราไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเลย คุณควรจะศึกษาให้ดีกว่ารายได้ ประเภทไหนหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไร คือรายได้พวกดอกเบี้ยต่าง ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ดอกเบี้ยพันธบัตร เงินปันผล

หลังจากการหักค่าใช้จ่ายแล้วยังมีราย การหักลดหย่อนทางภาษีหมายถึงรายการต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดให้สามารถหักได้เพิ่มเติมจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระให้แก่ผู้เสียภาษีรายการค่าหักลดหย่อนที่สำคัญ ๆ มีดังต่อไปนี้

(1) โดยทั่วไปแล้วผู้มีเงินได้ทุกคนจะได้หักลดหย่อน 30,000 บาท และหากสมรสแล้ว และคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ก็จะหักได้อีก 30,000 บาท และหากมีบุตรก็จะหักลดหย่อนได้ 15,000 บาทต่อบุตร 1 คน สูงสุดไม่เกิน 3 คน และถ้าหากบุตรกำลังอยู่ในวัยศึกษาและศึกษา ในประเทศก็จะหักลดหย่อนได้ 17,000 บาท   ต่อคน

(2)  การทำประกันชีวิต สำหรับผู้ทำประกันชีวิตที่มีอายุสัญญาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป  จะสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ภาษีบุคคลธรรมดาในอัตราปีละไม่เกิน 50,000 บาทต่อปี สิทธิดังกล่าวยังมีอยู่ตราบเท่าที่มีการชำระเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์นี้อยู่ตลอดเวลา

(3) การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม กองทุนรวมหุ้นระยะยาว สามารถนำไปหักค่าลดหย่อนในแต่ละรายการได้ประมาณ 15% ของเงินรายได้แต่จำนวนสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทสำหรับแต่ละรายการ

(4) ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัยซึ่งหักได้ตามจ่ายจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

(5) นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายประเภทเงินบริจาคเพื่อการสนับสนุนการศึกษาซึ่งสามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่า และเงินบริจาคเพื่อการกุศลต่าง ๆ

ซึ่งรายหลังการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วจะเป็นรายได้สุทธิสำหรับนำไปคำนวณภาษีในแต่ละปี ตามอัตราภาษีที่ได้นำเสนอไปแล้วค่ะ อย่าลืมไปเสียนะคะ.


Credit : dailynews.co.th

TOP

กลับไปรายการกระดาน