รายได้,อาชีพเสริม,รายได้จากอินเตอร์เน็ต,MLM,รายได้จากเน็ต,ฮิฟ,เซิฟ,Franchise,Investment,Hyip,Surf,Forex,Adword,Google,Adsense,E-gold,E-bullion,E-point,Liberty,Paypal,SME,OTOP ..

เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้จาก true เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้จาก trueเปิดร้านค้าออนไลน์ ลงประกาศโพสฟรีเสื้อผ้าเกาหลี,Preorderเสื้อผ้าเกาหลี,เสื้อผ้าแฟชั่น_ex30May2011 รับทำseo,โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับหน้าแรก Google

สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิ๊กเลยแหล่งซื้อขาย สินค้า_ex20/5/11 dgjshop.comโปรโมทเว็บไซต์ฟรี,โปรโมทเว็บ,โปรโมท_ex10/6/11สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิ๊กเลย
กลับไปรายการกระดาน โพสต์

โจวไห่เม่ย” ถึง 40 ก็ยังแจ๋ว / หมิงซิงคลับ

โจวไห่เม่ย (周海媚)เคยเป็นดาราสาวที่โด่งดังมากเมื่อหลาย 10 ปีก่อนปัจจุบันเธออายุย่างเข้าปีที่ 41 แล้วแต่ว่าก็ยังคงความสวยไว้ไม่สร่าง
      
   

   
       โจวไห่เม่ย หรือ Kathy Chauเกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ.1966เธอเริ่มก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการประกวดนางงามฮ่องกงในปี 1985ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่ง บวกกับหน้าตามที่สวยหวาน ทำให้โจวไห่เม่ยเข้าสู่รอบ 30 คนสุดท้ายอย่างง่ายดาย แต่ด้วยความที่เธออายุแค่ 18ปีในตอนนั้น จึงยังไร้เดียงสา ตอบคำถามไม่โดนใจกรรมการจึงทำให้ชวดมงกุฎนางงามในปีนั้น
      
       อย่างไรก็ตาม มีข่าวอีกกระแสหนึ่งที่ระบุว่า สถานีโทรทัศน์ทีวีบีได้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับโจวไห่เม่ยแล้วและเพราะกลัวว่าโจวไห่เม่ย ได้รางวัลแล้วจะเล่นตัวจึงได้แอบวางแผนเด็ดมงกุฎนางงามในครั้งนี้
   
      
       หลังจากที่โจวไห่เม่ย ได้เข้าอบรมคอร์สการแสดงของทีวีบีแล้ว ในปีเดียวกันเธอก็มีโอกาสได้ถ่ายทำละครเรื่องแรกในชีวิต “ขุนศึกตระกูลหยาง” รับบทเป็น “หยางจิ่วเม่ย” แต่เรื่องที่ถือได้ว่าแจ้งเกิดให้แก่เธอบนเส้นทางบันเทิงอย่างแท้จริงก็คือเรื่อง “The Feud of Two Brothers” เมื่อปี 1986 ที่แสดงกับ วั่นจือเหลียง และเจิ้งอี้ว์หลิง ด้วยความโด่งดังจากเรื่องนี้เองส่งให้เธอขึ้นแท่นนางเอกดาวรุ่งของทีวีบี
      
       งานละครของโจวไห่เม่ยมีให้เห็นไม่ขาด อย่างเรื่อง ชื่อเจี่ยวเซินซื่อ《赤脚绅士》ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลนางเอกยอดเยี่ยมของทีวีบีประจำปีนั้นและชื่อเสียงของเธอดังเปรี้ยงสุดๆ เมื่อตอนที่เล่นเรื่อง “คู่แค้นสายโลหิต” ในปี 1989 กับหวงยื่อหัว และ เวินเจ้าหลุนซึ่งทำเรทติ้งสูงทำลายสถิติละครในฮ่องกงและยังได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งในไทยก็ดังเอามากๆ ในระหว่างที่ถ่ายทำละครเรื่องนี้เอง มีข่าวว่าโจวไห่เม่ย ได้สาบานเป็นพี่น้องกับ หวงยื่อหัว และ เวินเจ้าหลุนด้วยเนื่องจาก โจวไห่เม่ย เคารพพี่ใหญ่ หวงยื่อหัว อย่างมากเวลาที่พบกับเรื่องยุ่งยากลำบากใจก็จะโทรศัพท์ไปปรึกษาเขา
   

   
      
       ด้านหลิวเจียหลิง ที่แสดงเป็นนางเอกของเรื่องหลังจากถ่ายทำจบก็ตัดสินใจไปบุกเบิกวงการจอเงินแทน ทำให้โจวไห่เม่ยได้เลื่อนขั้นเป็นนางเอกคิวทองของทีวีบีอย่างเต็มภาคภูมิ ส่วนหวงยื่อหัวที่เคยโด่งดังจากบทบาท “ก๊วยเจ๋ง” ในมังกรหยกก็ถือว่ากลับมาทวงชื่อเสียงได้อย่างสง่างาม
      
       ต่อมาในปี1990 โจวไห่เม่ย ร่วมแสดงในละครฟอร์มยักษ์ของทีวีบีเรื่อง“เซี่ยวอ้าวจ้ายหมิงเทียน” 《笑傲在明天》ปีต่อมาตอกย้ำกระแสความดังกับละครเรื่อง เพื่อนรักเพื่อนแค้น โดยเรื่องนี้เธอได้ร่วมแสดงกับ หลีหมิง เวินเจ้าหลุน และ เส้าเหม่ยฉี ตามด้วยละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ฤทธิ์กระบี่ฟ้าคำรณ”คู่กับ กวนหลี่เจี๋ย โดยในช่วงตั้งแต่ปี 1990-1993เธอได้รับการโหวตจากแฟนละครให้เป็นดาราสาวยอดนิยมของฮ่องกงติดต่อกัน 3ปีซ้อน ถือเป็นช่วงที่รุ่งที่สุดของสาวคนนี้ก็ว่าได้และในช่วงนี้เองเธอก็มีข่าวว่ากุ๊กกิ๊กอยู่กับหลีหมิงด้วย
   

   
      
       ในปี 1992 ฉีเคอะ ผู้กำกับชื่อดังเตรียมเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง“ตงฟางปู้ป้าย” และคิดจะทาบทามโจวไห่เม่ยมาร่วมแสดงแต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นโจวไห่เม่ยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียก่อนจึงไม่ได้ร่วมงานกัน อย่างไรก็ตามปีเดียวกันทางสถานีโทรทัศน์ฟากไต้หวันเตรียมฉลองครบรอบก่อตั้งสถานีจึงได้ให้ผู้กำกับมือทอง “หยางเพ่ยเพ่ย”รับหน้าที่กำกับละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ม่อไต้หวงซุน” และได้ทาบทามโจวไห่เม่ย และ หวงยื่อหัว มาประกบคู่กัน ซึ่งเรทติ้งก็สูงมากในไต้หวันทำให้โจวไห่เม่ยได้รับการโหวตให้เป็นสาวในฝันของชาวไต้หวัน
   
      
       หลังจากคลุกคลีวงการจอแก้วอยู่นานในที่สุดโจวไห่เม่ยก็ได้โอกาสมารับงานภาพยนตร์บ้างแต่แม้ว่าจะแสดงหนังอยู่หลายเรื่องก็ตาม แต่ฟิตแบคก็งั้นๆไม่หวือหวาอย่างที่คิดอย่างไรก็ตามการที่โจวไห่เม่ยพลิกบทบาทมาเล่นร้ายในภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่องFight Back To School 3 ในปี 1993ก็สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ชมมิใช่น้อย ซึ่งจากเรื่องนี้เองก็ทำให้โจวไห่เม่ยมีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงคาแรคเตอร์ ในผลงานเรื่องต่อๆ มา
      
       ที่โดดเด่นสุดๆ เห็นจะเป็นการมารับบท “โจวจื่อรั่ว” ในละครฟอร์มยักษ์ของไต้หวันเรื่อง “กระบี่ฟ้าดาบมังกร” ในปี 1993 ทำให้ชื่อเสียงของโจวไห่เม่ยกลับมาโด่งดังอีกครั้ง
      
       ปี1995 โจวไห่เม่ย เริ่มกระโดดเข้ามาชิมลางงานเพลง โดยได้หวงกั๋วหลุนโปรดิวเซอร์ชื่อดังของไต้หวันมาทำอัลบั้มเพลงจีนกลางชุดแรกในชีวิตให้กับเธอชื่อว่า ยื่อชูอ้ายฉิง (日出爱情)นับเป็นการแจ้งเกิดในวงการเพลงที่สวยงามทีเดียวเพราะนอกจากขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเอาชนะอัลบั้มของอดีตจตุรเทพหนุ่มจางเสียว์โหย่ว และ เฉินซูหัว ราชินีเพลงไต้หวันไปได้แล้วเพลงโปรโมทที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มก็ขึ้น ท็อบชาร์จ ด้วย
   

   


      
       แต่ก็เป็นเพราะว่าออกอัลบั้มเพลงนี่เองที่ทำให้โจวไห่เม่ยผิดใจกับหยางเพ่ยเพ่ยซึ่งเดิมทีกะวางตัวให้สาวเจ้ารับบทนำใน “ซินหลงเหมินเค่อจั้น” 《新龙门客栈》ก็เปลี่ยนให้เฉินหงแสดงแทน และก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดในช่วงที่เธอกำลังไปได้สวยกับงานเพลงนั้น ค่ายเพลง หัวซิงที่เธอสังกัดอยู่ก็ดันมาประสบปัญหาจำต้องปิดตัวไปทำให้งานเพลงเธอหยุดชะงัก ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจกลับไปซบอกทีวีบีอีกครั้งซึ่งก็ได้รับโอกาสให้แสดงบทนางเอกอีก
      
       ในปี 1996โจวไห่เม่ยได้รับบทนำในละครเรื่อง “อาถรรพณ์รักวิญญาณสาว”แสดงคู่กับหลินเจียต้งเรื่องนี้เองทั้งสองคนได้รับการโหวตให้เป็นคู่รักในจอยอดนิยมแห่งปีอีกทั้งโจวไห่เม่ยยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมด้วย
      
       คนจะดวงดีอะไรก็ฉุดไม่อยู่ ในปี 1997โจวไห่เม่ย ได้ถ่ายโฆษณามือถือกับมาซาโตชิ นางาเสะดาราภาพยนตร์ชื่อดังของญี่ปุ่นซึ่งภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวสร้างกระแสตอบรับดีมากๆ ตอนที่ฉายที่ญี่ปุ่นสถานีโทรทัศน์รับโทรศัพท์จากผู้ชมทางบ้านเยอะมากส่วนใหญ่โทรมาถามว่านางเอกโฆษณาเป็นใครนี่จึงเป็นเหมือนใบเบิกทางให้โจวไห่เม่ยเข้าไปเจาะตลาดญี่ปุ่นต่อ

   

   


      
       ที่นี่เธอได้เซ็นสัญญากับผู้จัดการส่วนตัวชาวญี่ปุ่นอีกทั้งมีการนำเข้าผลงานของเธอทั้งงานเพลง และมิวสิควิดีโอเข้ามาเผยแพร่ขณะที่บริษัทมือถือก็ต่อสัญญากับเธอ และออกโฆษณาชุดที่ 2 และ 3 ตามออกมาแถมเธอยังได้ออกอัลบั้มภาพสุดหวือหวาและกลายเป็นดาราเซ็กซี่ไปในพริบตารวมทั้งงานถ่ายแบบนิตยสารและโฆษณาต่างๆนับว่าโจวไห่เม่ยโกยเงินเยนไปได้ไม่น้อยเลย
      
       แต่มีได้ก็มีเสีย เพราะว่าเธอโฟกัสตลาดญี่ปุ่นมากเกินไป จนละเลยละครของทีวีบีทำให้ในปี 1997 ทีวีบีตัดสินใจให้กัวอ่ายหมิงเป็นนางเอกเบอร์ 1ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “เทียนตี้หาวฉิง” 《天地豪情》และลดทอนบทของโจวไห่เม่ยลง โดยให้เธอตายตอนที่ 40
      
       ในปี 1998 โจวไห่เม่ยตัดสินใจตีจากทีวีบี ช่วงนั้นเธอรับงานภาพยนตร์ฮ่องกง 4เรื่องและญี่ปุ่นอีก 1 เรื่องอีกทั้งยังกลายเป็นพรีเซนเตอร์ชาวเอเชียคนแรกให้แก่นาฬิกายี่ห้อดัง EBEL(คนที่ 2 คือ จางมั่นอี้ว์) สื่อฮ่องกงและไต้หวันถึงขนาดยกให้เธอเป็น“ชาลอน สโตนแห่งเอเชีย”
      
       ในปีเดียวกันโจวไห่เม่ยได้เซ็นสัญญาเล่นหลังเรื่อง “จงเหิงซื่อไห่” 《纵横四海》 ของสถานีโทรทัศน์เอทีวีแต่คิดไม่ถึงว่าถ่ายทำไปได้แค่กลางเรื่อง โจวไห่เม่ยก็เกิดป่วยกะทันหันจนผู้กำกับต้องเขียนบทให้เธอเสียชีวิตในเรื่องอย่างไรก็ตาม เรทติ้งของละครเรื่องนี้สูงลิ่วช่วยให้เอทีวีสามารถชนะทีวีบีได้ครั้งแรกในรอบ 10 ปี
      
       สำหรับข่าวคราวอาการป่วยของโจวไห่เม่ยนั้นถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนครั้งแรกในเว็บบล็อกของหยางกงหยู ดาราสาวที่ร่วมแสดงกับเธอในเรื่อง จงเหิงซื่อไห่ ด้วยเมื่อมีแฟนหนังของหยางกงหยูรายหนึ่ง เข้าไปโพสต์ในเว็บบล็อกว่าคุณแม่ของตนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง (Systemic Lupus Erythematosus –SLE) ขณะที่หยังกงหยู โพสต์ตอบไปว่า เธอรู้สึกเห็นใจผู้ที่ป่วยโรคนี้มากเพราะว่าเพื่อนร่วมงานของเธอคนหนึ่งก็ป่วยด้วยโรคดังกล่าว
      
       “ฉันได้ยินชื่อโรคนี้ครั้งแรกในปี 98 ตอนนั้นฉันแสดงเรื่อง จงเหิงซื่อไห่โจวไห่เม่ยเล่นเป็นพี่สาวของฉัน แต่จู่ๆ เธอก็ไม่มาทำงานอยู่พักหนึ่งต่อมาทุกคนถึงรู้ว่าเธอป่วยเป็นโรคเอสแอลอีจนสุดท้ายบทของเธอหลายตอนต้องให้คนอื่นแสดงแทน”
      
       หลังจากนั้นมางานการของโจวไห่เม่ยก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพของเธอ หลังๆมาเธอเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพตัวเองมากขึ้น หลังจากปี 2000 เป็นต้นมาโจวไห่เม่ยรับงานแสดงปีละ 1-2 เรื่องเท่านั้นและแทบจะไม่ให้สัมภาษณ์สื่อและร่วมกิจกรรมบันเทิงเลยช่วงเวลาที่ไม่แสดงละคร ก็จะอยู่บ้านต้นน้ำแกงกินฟังเพลงหรือไม่ก็ไปขึ้นเขากับเพื่อนๆ และไม่เที่ยวยุโรป ชีวิตที่มีสุขภาพดีและจิตใจที่ร่าเริงเบิกบาน ก็คือความลับอ่อนเยาว์ของเธอ
      
       ปี2005 โจวไห่เม่ยถ่ายทำเรื่อง “ป่าจิ่วเวิ่นชิงเทียน” 《把酒问青天》และ“ปาเจิ้นถู”《八阵图》ในแผ่นดินใหญ่ขณะเดียวกันก็ได้เซ็นสัญญากับบริษัทเอเย่นในแผ่นดินใหญ่ด้วย ปี 2006โจวไห่เม่ยเริ่มออกโทรทัศน์ของแผ่นดินใหญ่บ่อยขึ้นและได้แสดงภาพยนตร์รวมทั้งละครหลายเรื่องจนกระทั่วถึงตอนนี้เธอก็ยังคงทำงานในวงการบันเทิงอยู่
      
       อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้โจวไห่เม่ยได้ออกมาเปิดใจกับนักข่าวท้องถิ่นถึงข่าวลือต่างๆ พร้อมยอมรับว่า เธอเคยแอบไปแต่งงานที่สหรัฐฯ กับหลี่เหลียงเหว่ยจริง
      

       โจวไห่เม่ยปรากฏตัวให้สัมภาษณ์ด้วยหน้าตาที่สดชื่นไม่เหมือนกับคนที่เป็นโรคร้ายเลย สำหรับข่าวลือเรื่องสุขภาพร่างกายของตนเอง โจวไห่เม่ยกล่าวว่า “ที่ผ่านมาฉันสุขภาพแข็งแรงดี แค่บางครั้งผิวหนังเกิดอาการแพ้ ทำให้มีจุดแดงๆ ขึ้น
      
       นอกจากข่าวลือเรื่องอุดมไปด้วยโรคภัยของเธอแล้วล่าสุดยังถูกปาปารัซซี่แอบถ่ายขณะกำลังดื่มกาแฟกับชายหนุ่มที่หน้าตาละม้ายคล้ายหลีหมิง ดารานักร้องชื่อดัง ที่เคยเป็นข่าวกับเธอด้วย
      
       “ฉันไปดื่มกาแฟกับเพื่อน คุณจะเอาไปเขียนว่าฉันไปกับแฟน ฉันก็หมดปัญญาแล้วแต่ฉันก็คงไม่เข็ดขยาดการไปดื่มกาแฟเพราะเรื่องนี้หรอก”
      
       สำหรับเรื่องราวความรักของเธอแล้ว มีน้อยคนนักที่รู้ว่าโจวไห่เม่ยและหลี่เหลียงเหว่ยเคยแต่งงานอยู่กินกันในระยะเวลาอันสั้นมาก่อน

   
   

   


      
       ปี1989 เพราะเกรงว่าข่าวการแต่งงานจะลดความนิยมของแฟนๆ ลงโจวไห่เม่ยและหลี่เหลียงเหว่ยจึงตัดสินใจไปแต่งงานกันอย่างลับๆ ที่สหรัฐฯในตอนนั้นโจวไห่เม่ยเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของทีวีบี “ฉันไม่มีประสบการณ์เรื่องความรักและการแต่งงานเลย พอมีชายหนุ่มอย่างหลี่เหลียงเหว่ยมาขอแต่งงาน มีหรือจะไม่ตอบตกลงไป”แต่ชีวิตรักก็ไม่ได้ชั่วฟ้าดินสลายอย่างที่คิด เพราะนิสัยเข้ากันไม่ได้จึงต้องแยกทางกันไปในที่สุดพร้อมกันนี้เธอยังได้เปิดเผยว่าตอนนี้กำลังคบหาดูใจกับหนุ่มนอกวงการอยู่แต่ยังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงาน เพราะยังอยากทำงานอยู่

    ข้อมูลจาก
    http://www.manager.co.th
Snail white cream ครีมสเนลไวท์ ของแท้ ราคาถูกสุดๆ

กลับไปรายการกระดาน