รายได้,อาชีพเสริม,รายได้จากอินเตอร์เน็ต,MLM,รายได้จากเน็ต,ฮิฟ,เซิฟ,Franchise,Investment,Hyip,Surf,Forex,Adword,Google,Adsense,E-gold,E-bullion,E-point,Liberty,Paypal,SME,OTOP ..

เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้จาก true เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้จาก trueเปิดร้านค้าออนไลน์ ลงประกาศโพสฟรีเสื้อผ้าเกาหลี,Preorderเสื้อผ้าเกาหลี,เสื้อผ้าแฟชั่น_ex30May2011 รับทำseo,โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับหน้าแรก Google

สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิ๊กเลยแหล่งซื้อขาย สินค้า_ex20/5/11 dgjshop.comโปรโมทเว็บไซต์ฟรี,โปรโมทเว็บ,โปรโมท_ex10/6/11สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิ๊กเลย
กลับไปรายการกระดาน โพสต์

เที่ยว'วัดโพธิ์'ย่ำค่ำสักการะ9สิ่งมหัศจรรย์ในตำนาน



ไม่บ่อยนักที่ได้เที่ยววัดในยามค่ำคืน หากไม่มีงานวัด สวดศพหรือหลงเข้าไปจริง ๆ เนื่องจากต้องคอยระแวดระวังหมาวัดที่แยกเขี้ยวฮึม..ฮัม... และอาจ แย่กว่านั้นหากเจอหมาหมู่ แต่ร้อยทั้งร้อยคงหนีไม่พ้นเรื่องผี ๆ สาง ๆ เดิน ๆอยู่ก็เสียวสันหลังวาบตกใจเงาตัวเอง โดยเฉพาะบรรดาสาว ๆที่ต้องควงคู่ชายหนุ่มไปเสมอ อืม...รักกันใหม่ ๆก็เกี่ยวก้อยคล้องแขนกันดีอยู่หรอกแต่พอนานเข้าเดินทิ้งช่วงห่างทำเป็นไม่รู้จัก

ใช่ว่าการเที่ยววัดตอน พลบค่ำจะมีแต่อุปสรรค...แต่สำหรับ “วัดโพธิ์” หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ 1แห่งราชวงศ์จักรี เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองตั้งแต่สร้างกรุงรัตนโกสินทร์สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบหลากสีสันจากจีนแผ่นดินใหญ่ยามต้องไฟและแสงจันทร์โรแมนติกไปอีกแบบที่สำคัญวัดแห่งนี้ไม่ได้เพียงสอนหลักธรรม แต่ยังจารึกเรื่องราวการปกครองการแพทย์ ตลอดจนภูมิปัญญาอันคมกริบของบรรพบุรุษไทยผ่าน 9 สิ่งมหัศจรรย์



โดยมีวิทยากรกิตติมศักดิ์คือ อ.คฑา ชินบัญชร หมอดูไพ่ยิปซีชื่อดังที่วันนี้ไม่มีเปิดไพ่ทำนายดวงชะตาเพียงเปิดใจเปิดหูให้ว่างเพราะอาจารย์อาจพูดจนลิงหลับ อะจึ๋ย...!!ไม่ใช่... พูดเพลินต่างหาก




มีหลักฐานปรากฏในศิลาจารึกว่าหลังจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1)ทรงสถาปนาพระบรมมหาราชวังแล้ว มีพระราชดำริว่ามีวัดเก่าขนาบพระบรมมหาราชวัง 2 วัด ด้านเหนือ วัดสลัก (วัดมหาธาตุฯ)ส่วนด้านใต้ วัดโพธาราม จึงโปรดเกล้าฯให้ขุนนางเจ้ากรมช่างสิบหมู่อำนวยการบูรณปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า   “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ” ต่อมารัชกาลที่ 4โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนท้ายนามวัดเป็น “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม”โดยแบบแปลนการสร้างผสมระหว่างสมัยกรุงศรีอยุธยาและยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น      

ตามความเชื่อการไหว้สักการะที่วัดโพธิ์ประกอบด้วย 5 พระคุณ หนึ่งพระคุณแผ่นดินคือได้สืบสานพระพุทธศาสนาที่เป็นหัวใจหลักของแผ่นดินตั้งแต่บรรพบุรุษ สองพระคุณของบูรพมหากษัตริย์ ซึ่ง ได้สร้างบ้านเมืองให้มั่นคงอยู่ได้     ในปัจจุบัน สาม พระคุณบิดา มารดา ที่ได้ทำบุญร่วมกัน สี่  พระคุณครูอาจารย์ เนื่องจากวัดแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศรวมสรรพวิชาต่าง ๆ ไว้มากมาย ห้า พระคุณของผู้มีพระคุณเพียงกราบไหว้และทำบุญแผ่ส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับเพียงเท่านี้ก็ได้ตอบแทนบุญคุณ         

สิ่งมหัศจรรย์แรก คือ พระพุทธไสยาสน์ ประดิษฐานในพระวิหารรัชกาลที่ 3โปรดเกล้าฯ ให้ช่างสิบหมู่สร้างขึ้น และสร้างวิหารคลุมภายหลังพระบาทประดับมุกภาพมงคล 108 ผสมศิลปะแบบไทย จีน และอินเดียสอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ย ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามความเชื่อพระพุทธไสยาสน์เป็นปางของคนเกิดวันอังคาร หากขอพรสิ่งใดได้สมดั่งหวัง และหากผู้ใดเห็นพระบาทที่ประดับด้วยมงคล 108 ประการ ย่อมเป็นมงคลแก่ชีวิต

ก่อนเข้าสู่ศาลารายด้านใน ต้องพบ ตุ๊กตาหุ่นปั้นจีนที่มีรูปลักษณะสันจมูกโด่ง แต่งกายแบบฝรั่ง ยืนหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับเขาคือ มาร์โคโปโล ฝรั่งคนแรกที่เหยียบย่างบนแผ่นดินจีนศิลปะการปั้นได้สะท้อนความคับข้องใจในยุคล่าอาณา นิคมอันแสดงออกถึงความดุดันและโหดร้าย

จุดที่สองเป็นมหัศจรรย์ตำราเวชเชตุพน อยู่ในศาลารายล้อมรอบลานวัดด้านในจารึกตำรานวดแผนโบราณ มีจิตรกรรมลายเส้นบอกตำแหน่งการนวด เดินชมเพลิน ๆก็นวดกดจุดที่พอจะกดเองได้ไปพลาง ๆ ไม่เพียงเท่านั้นแผ่นศิลาหลายแผ่นยังบันทึกเรื่องราวการปก ครอง ประวัติศาสตร์และวรรณคดีต่าง ๆหากให้ดีไปตอนกลางคืนควรเตรียมไฟฉายไปด้วยเนื่องจากอักษรที่แกะสลักบางตัวอาจเลือนราง





จุดที่สาม มหัศจรรย์เจดีย์สี่รัชกาลด้วยบรรยากาศเงียบสงัดและความมืดทำให้แสงไฟส่องกระทบผิวกระเบื้องโชว์ลวดลายอวดแสงจันทร์ ครั้นลองนั่งลงกับพื้นแหงนคอตั้งบ่าเห็นยอดเจดีย์สูงเสียดฟ้าประดับด้วยดวงจันทร์ครึ่งซีกนวลเนียน

เจดีย์องค์แรกคือ พระ มหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ (กลาง)เน้นตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเขียวสร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 1และเป็นเจดีย์ประจำรัชกาล เพื่อครอบพระศรีสรรเพชญ์ องค์ที่สองพระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรรกนิทาน (ซ้าย) ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสร้างสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่ออุทิศถวายแด่พระบรมชนกคือ รัชกาลที่ 2องค์ที่สาม พระมหาเจดีย์มุนีบัติบริขาน (ขวา) ประดับกระเบื้องสีเหลืองสร้างในรัชกาลที่ 3 ถือเป็นเจดีย์ประจำพระองค์ องค์ที่สี่พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย (หน้า) ใช้กระเบื้องสีน้ำเงินเข้มตกแต่งสร้างในรัชกาลที่ 4 แต่ไม่ทันแล้วเสร็จได้เสด็จสวรรคตและมีพระราชดำรัสเฉพาะกับรัชกาลที่ 5 มิให้ผู้ใดสร้างเจดีย์ต่อ

จุดที่สี่ มหัศจรรย์ตำนานสงกรานต์ไทย รัชกาลที่ 3ให้จารึกลงในแผ่นศิลาติดไว้บนผนังวัด บอกเล่าถึงความเป็นมาโดยสมมุติผ่านเรื่องราวธรรมบาลกุมารและนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์

จุดที่ห้า มหัศจรรย์มรดกโลกวัดโพธิ์ ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนซึ่งรวบรวมองค์ความรู้จากปราชญ์ของไทยเช่น โคลง ฉันท์ โบราณคดี ตำราแพทย์หากผู้ต้องการศึกษาอย่างจริงจังควรไปตอนกลางคืนจะทำให้มีสมาธิในการศึกษามากขึ้น

จุดที่หก ยักษ์วัดโพธิ์ยืนจังก้าเฝ้าประตูทางเข้ามณฑปโดยมีสีกายเป็นแดงลักษณะคล้ายยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์ เดิมมีอยู่ 8 ตน แต่ตอนนี้เหลือเพียง 4 ตนและเป็นเหตุให้เกิดตำนานท่าเตียน ว่าด้วย “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”เพราะยักษ์วัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้งเป็นเพื่อนรักกันมานานครั้นพอยักษ์วัดแจ้งขัดสนจนต้องแบกหน้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายืมเงินยักษ์วัดโพธิ์ แต่พอถึงวันส่งเงินคืน (ไม่รู้รวมดอกเบี้ยหรือเปล่า)อีกฝ่ายหนึ่งกลับเบี้ยวเงิน ทำให้ยักษ์ทั้งสองตน “แทงเข่า เขย่าศอก”ที่ท่าเตียนจนพื้นที่บริเวณดังกล่าวราบเป็นหน้ากลองครั้นเรื่องถึงหูพระอิศวร จึงสาปให้ทั้งสองยืนเฝ้าประตูวัดอยู่จนปัจจุบัน

จุดที่เจ็ด มหัศจรรย์ผ่านภพรัตนโกสินทร์เดิมเป็นพระอุโบสถหลังเก่าของวัดโพธารามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาบนกำแพงประดับด้วยกระจกเนื่องจากอดีตยังไม่มีไฟฟ้าใช้ต้องพึ่งพิงแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ ซึ่งกระจกเหล่านี้ทำหน้าที่สะท้อนแสงจากภายนอกส่องสว่างภายในขณะเดียวกันยังมีแท่นที่ให้พระภิกษุเทศน์ประดิษ ฐานอยู่ภายในเมื่อครั้งรัชกาลที่ 4 บรรพชาพระองค์ได้ทอดพระเนตรประชากรในย่านท่าเตียนบนแท่นนี้ทุกเช้า

จุดที่แปด มหัศจรรย์พระพุทธเทวปฏิมากร พระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า

จุดสุดท้าย ต้นตำรับนวดแผนไทย รัชกาลที่ 1ทรงโปรดเกล้าให้รวบรวมการแพทย์แผนโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยามาไว้ภายในวัดเพื่อให้ประชาชนศึกษาและตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

มาถึงตรงนี้เริ่มเมื่อยขบไปทั้งตัวผมเดินพลัดกับกลุ่มออกมาเพียงลำพังเพื่อหาทาง ออกแต่เดินวนเวียนก็ยังหาทางออกไม่เจอ จนรู้สึกว่ามีฝีเท้าใครข้างหลังเดินตาม ผมกลั้นใจหันไปมองอย่างรีบเร่ง....หญิงสาวผมยาวยิ้มแฉ่ง...  ถามผมว่า “ทางออกอยู่ที่ไหน” (แล้วไป).

ทีมวาไรตี้ (ศราวุธ ดีหมื่นไวย์-เรื่อง / ศุภพล กมลาภิรมย์-ภาพ)


แหล่งที่มาจาก                 

ลงประกาศซื้อขายสินค้า,ประกาศฟรี

กลับไปรายการกระดาน